ข่าวdota2

ออกของ DOTA2 News ROV Pubg


Warning: sprintf(): Too few arguments in /home/nakamura/domains/game-collectively.com/public_html/wp-content/themes/newsphere/lib/breadcrumb-trail/inc/breadcrumbs.php on line 254

พูดคุยภาพรวมความอันตรายของระบบ DPC ในปัจจุบัน

1 min read
พูดคุยภาพรวมความอันตรายของระบบ DPC ในปัจจุบัน
พูดคุยภาพรวมความอันตรายของระบบ DPC ในปัจจุบัน
จนถึงตอนนี้การแข่งขันรายการ DPC League SS1 แต่ละโซนได้ทำการแข่งขันกันเสร็จสิ้นครบแล้ว เราได้ทราบกันแล้วว่าทีมใดได้สิทธิ์เข้าแข่งรายการเมเจอร์แรกของปี รวมถึงทราบแล้วว่าตอนนี้แต่ละทีมถือครองแต้ม DPC กันอยู่ในมือเท่าไรบ้าง
หากใครจำได้ระหว่างการแข่งขันรายการ DPC League โซน EU สัปดาห์ที่ 3 หลังจาก Team Secret เอาชนะ Nigma ทาง Puppey ได้ให้สัมภาษณ์หลังเกมตามธรรมเนียม ไว้ว่า ระบบ DPC แบบนี้โหดร้ายมากๆ มันเป็นเกมแข่งขันแบบอยู่หรือตาย ที่คุณแทบจะพลาดแพ้ไม่ได้เลยแม้แต่แมทช์เดียว
.
.
จริงๆแอดมินเคยวิเคราะห์ภาพรวมของระบบ DPC แบบใหม่ไปแล้วบ้างแต่ยังไม่ได้เจาะลึกรายละเอียดว่าจริงๆแล้วระบบนี้มัน “โหดร้ายมากๆ” อย่างที่ Puppey ว่าไว้หรือไม่ ตอนนี้เป็นช่วงพักเบรกก่อนที่รายการ Major แรกกำลังจะทำการแข่งขันกันดังนั้นจึงเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมกับการคุยเรื่องนี้กัน
อย่างที่ทราบกันดีว่า DPC League ทำหน้าที่อยู่สองอย่างคือเป็นรายการแข่งเพื่อเก็บคะแนน DPC และเป็นเหมือนการแข่งรอบคัดเลือกของรายการเมเจอร์ ซึ่งคีย์สำคัญที่สัมพันธ์กับคำพูดของ Puppey นั้นอยู่ที่ข้อหลังนี่ล่ะ
.
.
กลับมาที่คำพูดของ Puppey ที่ว่า “คุณแทบจะพลาดแพ้ไม่ได้เลยแม้แต่แมทช์เดียว” ประโยคนี้มันจริงขนาดไหน? เมื่อวัดจากอันดับในลีกแล้วมีทีมที่จะได้สิทธิ์อย่างน้อย 3-4 ทีมที่จะได้ไปแข่งรายการเมเจอร์ การแพ้บ้างสัก 1-2 แมทช์มันจะส่งผลอะไรขนาดนั้นเลยหรือ? ขนาดในลีกของการแข่งขันกีฬาต่างๆเช่นฟุตบอลยังแพ้กันได้ตั้งหลายแมทช์โดยไม่ส่งผลต่อสถานะแชมป์หรือการทำอันดับต่างๆ แต่ในมุมมองของแอดมินแล้วสำหรับประโยคนี้แอดมินเห็นด้วยกับ Puppey แบบเต็ม 100%
อันดับที่ 1-4 ของ DPC League ต่างจากอันดับที่ 1-4 ของฟุตบอลพรีเมียร์ลีกหรือไม่? คำตอบคือแตกต่างอย่างมาก ในการแข่งขันฟุตบอลนั้นการได้อันดับ 1-4 จะได้สิทธิ์ไปแข่งรายการ UCL เหมือนกับที่ทีม Dota 2 ต่างๆได้ไปแข่ง Major(เข้ารอบลึก, รอบคัดเลือกแบ่งตามอันดับเหมือนกัน) แต่สิ่งที่ต่างคือ Dota 2 มีแต้ม DPC เข้ามาเกี่ยวข้องดังนั้นอันดับใน 1-4 ของ DPC League จึงใช้คำว่า “ก็ได้ไปแข่งรายการเมเจอร์เหมือนๆกันอยู่ดี” เหมือนกับที่ลีกฟุตบอลพูดว่า “ก็ได้ไปแข่งรายการ UCL เหมือนๆกันอยู่ดี” ไม่ได้
.
.
ถ้าเราย้อนกลับไปดูผลการแข่งขัน DPC League โซน China จะเห็นว่า Team Aster ก็พลาดแพ้ในลีกแค่แมทช์เดียวแต่สุดท้ายจบเพียงอันดับที่ 2 แต้ม DPC ที่ได้รับห่างจากอันดับ 1 ถึง 200 แต้มแถมต้องไปเริ่มแข่งรายการเมเจอร์จากรอบ Group Stage แทนที่จะเป็นรอบ Playoffs เลยเหมือนอันดับที่ 1 หรือถ้าเราหันไปมองโซน SEA ก็จะพบกับอะไรคล้ายๆกันกับกรณีของ T1 ที่แพ้เพียงแค่ 2 แมทช์แต่กลับต้องจบเพียงแค่อันดับที่ 3 ได้คะแนน DPC เพียง 200 คะแนน และต้องไปเริ่มแข่งรายการเมเจอร์จากรอบสุดโหดอย่าง Wild Card ที่โอกาสตกรอบมีมากกว่าเข้ารอบ ดังนั้นประโยคที่ Puppey พูดไว้ว่าการแข่งขันระบบนี้แต่ละทีมที่ต้องการประสบความสำเร็จแทบจะพลาดแพ้ไม่ได้เลยสักแมทช์ถือเป็นเรื่องจริง
แต่ถ้าพิจารณาภาพรวมว่าเป้าหมายหลักของแต่ละทีมคือการได้สิทธิ์เข้าแข่งขันรายการ TI แล้วล่ะกฌ “ความโหดร้าย” จริงๆของระบบนี้อยู่ที่สิทธิ์การเข้ารอบรายเมเจอร์ของแต่ละอันดับนี่ล่ะ ความจริงอย่างหนึ่งก็คือ “ทีมที่ได้อันดับที่ 1 ของทั้ง 6 โซนจะได้เข้าตรงไปสู่รอบ Playoffs เลย” นั่นหมายความว่าทีมที่ถือครองแต้ม DPC 500 แต้มอยู่ในมือแล้วจะได้ไปเริ่มแข่งรายการเมเจอร์ในรอบ Playoff ซึ่งถ้าทีมเหล่านี้ชนะเพียงแค่แมทช์เดียวก็จะการันตีว่าได้แต้ม DPC ติดมือเพิ่มไปอีกอย่างแน่นอน(จาก 18 ทีมที่ได้เข้าแข่งรายการเมเจอร์ มีเพียงอันดับ 1-8 เท่านั้นที่จะได้แต้ม DPC กลับไปจากรายการนี้) สิ่งที่แอดมินจะสื่อก็คือมันมีความเป็นไปได้สูงมากที่อันดับ 1 ของแต่ละโซนซึ่งตอนนี้คือกลุ่มที่มีแต้ม DPC สูงที่สุดจะได้แต้มติดมือเพิ่มกลับไปอีก
.
.
เมื่อเป็นเช่นนี้แต้ม DPC จะไปกองอยู่ในมือของทีมแชมป์แต่ละโซนสูงมาก พูดง่ายๆก็คือการที่ได้แชมป์ลีกมาแค่ 1 ซีซั่นก็แทบจะการันตีโอกาสไป TI แล้ว นี่จึงเป็น “ความโหดร้าย” ที่ Puppey จะสื่อว่าจะไปพลาดแพ้ไม่ได้เพราะอันดับ 1 ในลีกนั้นมีความหมายมากเหลือเกิน
ตามสมมุติฐานของแอดมิน 6 ทีมที่ได้แชมป์ลีกแต่ละโซนมีโอกาสสูงมากที่จะทำอันดับ DPC ไป TI ได้ และสิ่งที่ทีมจากโซนที่มีการแข่งขันสูงอย่าง EU, SEA, China เสียเปรียบโซนที่ผูกขาดอย่าง CIS, NA, SA ก็คือ คะแนนของทั้งสามโซนแรกมีโอกาสจะถูกสลับแบ่งกันทั้งสองซีซั่นเนื่องจากมีฝีมือที่สูสี ต่างจากสามโซนหลังที่แอดมินกล้าพูดว่าอันดับ 1, 2 ในลีกจะเป็นทีมเดิม(อย่างดีก็สลับอันดับกันเองสองทีม) เมื่อพูดแบบนี้แอดมินการันตีเลยว่าทีมอันดับ 1,2 ของโซน CIS, NA, SA ได้ที่นั่งไป TI แน่นอนโดยไม่ต้องลุ้นว่าผลงานของตัวเองใน Major ที่ 1 และ Major ที่ 2 จะเป็นอย่างไร
.
.
ตามระบบ DPC แบบใหม่นี้ ทีมที่ได้เข้าร่วม TI ทั้ง 18 ทีม จะมาจาก 12 ทีมที่ได้คะแนน DPC สูงที่สุด และ 6 ทีมจากโควต้าแข่งวัดกันเองโซนละ 1 ที่นั่ง หากเป็นเช่นนี้แสดงว่าโควต้า TI จากอันดับ DPC ถูกจองไปแล้วอย่างน้อย 6 ที่นั่งจากสามโซนนี้ ส่วน 6 ที่นั่งที่เหลือแอดมินกล้าพูดเลยว่า Team Secret จองไปอีก 1 เท่ากับว่าเหลือ 5 ที่นั่งซึ่งท้ายที่สุดแล้วก็มีโอกาสเฉลี่ยกันไปสำหรับโซน EU, SEA, China (มีโอกาสที่สถานการณ์จะเลวร้ายกว่านั้นหากทีมอันดับ 3 ของ CIS, NA, SA จับผลัดจับผลูไปทำผลงานได้ดีในรายการเมเจอร์จนกลายเป็นทีมที่ 3 ของโซนนั้นๆที่แต้ม DPC มากพอไปรายการ TI)
เท่ากับว่าโซน EU อาจจะมี Team Secret ได้ไปร่วมกับ Alliance, Nigma, Team Liquid, OG ทีมใดทีมหนึ่งแค่นั้น ส่วนทีมที่แต้ม DPC ไม่พอต้องไปวัดดวงแข่งกันชิงโควต้าสุดท้ายจากการแข่งขันภายในโซน ดังนั้นเผื่อใจไว้ได้เลยว่าทีมใหญ่ 4 ทีมนี้อาจจะมีอย่างน้อย 1-2 ทีมที่ไม่ได้เข้าร่วมการแข่งขัน TI10
.
.
ถึงตรงนี้น่าจะพอเข้าใจกันแล้วนะครับว่าระบบนี้มันโหดร้ายอย่างไร เชื่อได้ว่าเมื่อจบปีนี้ Valve คงมีการสรุปภาพรวมและค่อยๆปรับรายละเอียดบางจุดของระบบต่อไป โดยส่วนที่แอดมินมองว่าควรต้องปรับในอนาคตมีดังนี้
ค่าสัมประสิทธิ์แต่ละโซนควรถูกนำมาใช้ในการแบ่งโควต้า ในขณะนี้ทาง Valve ทำแบบง่ายๆโดยการให้แต่ละโซนได้สิทธิ์เท่ากันทั้งหมดสำหรับสัดส่วนแต้ม DPC จากอันดับในลีก โดยต่างกันแค่เล็กน้อยในส่วนโควต้าเข้าแข่งรายการเมเจอร์ ผลที่เกิดขึ้นก็คือจำนวนทีมที่ได้เข้าร่วมแข่ง TI จากแต่ละโซนจะมีจำนวนเฉลี่ยๆเท่ากัน ซึ่งส่งผลกระทบในแง่ของคุณภาพ ในกีฬาชนิดอื่นๆเช่นฟุตบอลนั้นมีการนำค่าสัมประสิทธิ์มาใช้เพื่อจัดสรรโควต้าที่ต่างกันสำหรับลีกของประเทศใหญ่ๆหรือลีกของประเทศรอง แม้แต่การแข่งขันฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกแต่ละโซนก็มีโควต้าการเข้ารอบสุดท้ายที่ไม่เท่ากัน
ทีนี้ถ้าสุดท้ายแล้ว Valve จะทำการปรับก็คงเป็นไปได้ 2 แนวทาง คือ ปรับสัดส่วนแต้ม DPC ที่แต่ละโซนได้รับให้ไม่เท่ากัน หรือปรับเพิ่มจำนวนโควต้าเข้าแข่งตรงของแต่ละโซนจากที่ทุกโซนมี 1 ที่นั่งเท่ากัน อาจจะมีบางโซนได้มากกว่านั้นแล้วเพิ่มจำนวนทีมเข้าแข่ง TI ให้มากกว่า 18 ทีม หรือใช้ลักษณะเดียวกับรายการเมเจอร์คือให้ทีมเหล่านี้ไปแข่งรวมกันในรอบที่มีลักษณะเหมือนรอบ Wild Card รายการเมเจอร์สักรอบนึงก่อน(เพื่อคัดเหลือ 6 ทีมเท่าเดิม)
หากเพื่อนๆมีความเห็นในแง่มุมอื่นๆลองแชร์ความเห็นกันได้นะครับ

 

 

พูดคุยภาพรวมความอันตรายของระบบ DPC ในปัจจุบัน

#News #DOTA2 #game-collectively

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *